General
Nvidia เปิดสูตรเหรียญทอง IMO ทั้งชุด หลังนักคณิตศาสตร์เตือนเรื่อง AI
Nokka DEV Community 周榜
2 views
Nvidia เปิดสูตรเหรียญทอง IMO ทั้งชุด หลังนักคณิตศาสตร์เตือนเรื่อง AI
โดย Nokka (นก-กา) | 14 กันยายน 2026
บทความนี้เขียนโดย AI (โมเดล deepseek-v4.1-flash ของผู้ให้บริการ ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent จาก Nous Research ตรวจสอบและเรียบเรียงโดย Nokka
วันที่ 9 กันยายน 2026 Nvidia ส่งเปเปอร์ขึ้น arXiv เรื่องหนึ่ง และผมคิดว่ามันเป็นบทความเทคนิคที่ตอบคำถามทางสังคมได้ดีที่สุดของเดือนนี้
เปเปอร์ชื่อ "An Open Recipe for IMO Gold: Training Nemotron for Olympiad Mathematics" [1]
คำว่า "Open Recipe" อยู่ในชื่อเรื่อง และนั่นคือประเด็นทั้งหมด
ก่อนอื่น ทำอะไรได้
ระบบของ Nvidia ทำคะแนน 30 จาก 42 คะแนน ในโอลิมปิกคณิตศาสตร์ IMO 2026 ซึ่งผ่านเส้นเหรียญทองที่กำหนดไว้ 29 คะแนน [1]
รายละเอียดคะแนนคือได้เต็มในข้อ 1, 2, 4 และ 5 และได้คะแนนบางส่วนในข้อ 3 และ 6 [2]
และมีรายละเอียดที่ผมคิดว่าน่าสนใจ หลังการแข่งขันจบ มีการตรวจซ้ำอย่างไม่เป็นทางการกับบทพิสูจน์ที่หาพบทีหลัง ทำให้คะแนนรวมขยับเป็น 33 คะแนน [2]
ระบบนี้ทำงานโดยไม่ใช้ formal prover ไม่ใช้เครื่องมือคณิตศาสตร์ภายนอก และไม่ต่ออินเทอร์เน็ต เป็นภาษาธรรมชาติล้วน [1]
ทำไมต้องเน้นว่าเป็นภาษาธรรมชาติ
จุดนี้คือความต่างจากแนวทางที่วงการรู้จักกัน
ระบบพิสูจน์ทฤษฎีที่ได้รับความนิยม เช่น AlphaProof, DeepSeekProver, GoedelProver และ SeedProver ใช้ Lean หรือสภาพแวดล้อมเชิงรูปแบบอื่นในการตรวจว่าทุกขั้นพิสูจน์อนุมานได้จริงด้วยเครื่อง [2]
วิธีนั้นมีข้อดีชัดเจนคือ ตรวจสอบได้แบบกลไก แต่ก็แลกมาด้วยความยากในการติดตั้งและข้อจำกัดของภาษาที่ใช้เขียน
แนวทางของ Nvidia เลือกทางตรงข้าม คือให้โมเดลเขียนพิสูจน์เป็นภาษาที่มนุษย์อ่านออก
และนี่คือจุดที่ต้องพูดตรง ๆ มันแลกความน่าเชื่อถือบางส่วนไป เปเปอร์ระบุไว้เองว่า "ตัวตรวจสอบสามารถเห็นด้วยกับข้อโต้แย้งที่ผิดได้" [2]
สถาปัตยกรรมของการแก้ปัญหา
แนวคิดหลักคือเปลี่ยนการแก้โจทย์จากการถามครั้งเดียว ให้กลายเป็น กระบวนการค้นหาแบบวนซ้ำ [2]
สร้าง → ตรวจ → ปรับปรุง → คัดเลือก
ระบบสร้างบทพิสูจน์หลายชุดก่อน จากนั้นให้โมเดลชุดหนึ่งตรวจว่าชุดไหนใช้ได้ ให้คะแนนความมั่นใจ แล้วส่งชุดที่ถูกปฏิเสธกลับไปแก้ตามคำวิจารณ์ สุดท้ายมีขั้นตอนแยกต่างหากที่เทียบชุดที่รอดและเลือกส่ง [2]
สิ่งที่ผมคิดว่าฉลาดคือ การแยกบทบาท
เปเปอร์ให้เหตุผลว่า โมเดลที่เขียนพิสูจน์เก่งอาจไม่ได้ตรวจจุดบกพร่องเล็ก ๆ เก่งเท่ากัน และตัวตรวจที่ใช้กรองกองใหญ่ได้เร็วอาจใจกว้างเกินไปสำหรับการตัดสินขั้นสุดท้าย [2]
จึงมีการใช้ checkpoint ต่างกัน และนโยบายตัดสินต่างกันในแต่ละจุดของไปป์ไลน์
เกณฑ์ที่เข้มกว่าที่คาด
มีรายละเอียดทางเทคนิคหนึ่งที่ผมอ่านแล้วหยุด เพราะมันโหดกว่าที่ผมคาด [2]
ในระหว่างการค้นหา ระบบไม่ได้ใช้คะแนนเฉลี่ยของคณะผู้ตรวจเป็นเกณฑ์ แต่ใช้กฎที่เข้มกว่ามาก
บทพิสูจน์จะถูกยอมรับก็ต่อเมื่อผู้ตรวจทุกคนในคณะเห็นตรงกันว่าใช้ได้ และให้คะแนนความถูกต้องระดับสูงสุดพร้อมกันทั้งหมด
พูดง่าย ๆ คือ คัดค้านคนเดียวก็ตก ไม่ใช่ระบบเสียงส่วนใหญ่
สาม checkpoint ในบทบาทที่ต่างกัน
ระบบใช้ checkpoint สามตัวที่แยกออกมาจาก Nemotron 3 Ultra 550B-A55B [2]
Checkpoint
วิธีได้มา
บทบาท
GA
โมเดลที่เปิดให้ใช้ทั่วไป
ต้นทางของอีกสองตัว
SFT
ฝึกด้วย supervised fine-tuning
เขียนและวิจารณ์พิสูจน์จากตัวอย่าง
RL
ฝึกด้วย reinforcement learning
ปรับพฤติกรรมด้วยสัญญาณรางวัล
รวมสามตัว
ใช้ร่วมกันในไปป์ไลน์
สร้าง ตรวจ ปรับ และคัดเลือก
เปเปอร์มองทั้งสามตัวเป็น แหล่งพฤติกรรมทางคณิตศาสตร์ที่เสริมกัน ไม่ได้สมมติว่าโมเดลที่แข็งที่สุดตัวเดียวเพียงพอ [2]
ตัวเลขที่ทำให้เห็นขนาดงาน
ส่วนที่ผมคิดว่าน่าประทับใจที่สุดคือข้อมูลฝึก [2]
ชุด SFT เริ่มจากโจทย์พิสูจน์ยาก 15,879 ข้อ ที่คัดมาจากส่วน AoPS ของ Nemotron-Math-Proofs-v1 โดยเลือกจากผลการวัดอัตราการผ่านก่อนหน้า เพื่อให้โมเดลเจอโจทย์ที่ยากจริง ไม่ใช่ทบทวนข้อง่าย
แต่ละข้อมีโมเดลภายนอกสร้างคำตอบให้หลายชุด โดยผลลัพธ์ยาวได้ถึง 400,000 โทเคน ต่อชุด และคำตอบที่ไม่สมบูรณ์ถูกส่งกลับไปปรับปรุงได้ถึง 3 รอบ
จากนั้นมีโมเดลอีกชุดประเมินและให้ป้ายความถูกต้องเป็น 0, 0.5 หรือ 1 พร้อมมีขั้นตอน meta-verification ประเมินว่าการตัดสินนั้นน่าเชื่อถือแค่ไหน [2]
หลังกรองผลลัพธ์ที่ผิดรูป ว่างเปล่า ไม่สมบูรณ์ และถูกตัดเพราะยาวเกิน ชุดข้อมูลสุดท้ายมี 414,890 ตัวอย่าง จาก 15,818 โจทย์ไม่ซ้ำ [2]
หัวข้อ
ตัวเลข
โจทย์ตั้งต้นในชุด SFT
15,879 ข้อ
ตัวอย่างหลังกรอง
414,890 ตัวอย่าง
โจทย์ไม่ซ้ำ
15,818 ข้อ
ความยาวคำตอบสูงสุด
400,000 โทเคน
รอบปรับปรุงสูงสุด
3 รอบ
ขนาดแบตช์ RL
2,048 trajectory
ชุด RL เลือกโจทย์จากเงื่อนไขที่โมเดลฐานแก้ได้ 1 ถึง 3 ครั้งจาก 4 ครั้งตามการตัดสินของโมเดลภายนอก เพื่อให้อยู่ในช่วงที่ยากแต่ยังเอื้อมถึง [2]
วิธีฝึกใช้โครงเดียวกับ DeepSeekMath-V2 แต่ ตัดรางวัลจาก self-analysis ออก หนึ่งแบตช์มี 128 โจทย์ คูณ 16 trajectory ต่อโจทย์ เป็น 2,048 trajectory [2]
แล้วมันเชื่อมกับเรื่องนักคณิตศาสตร์ยังไง
กลับมาที่ต้นเรื่อง
วันที่ 11 กันยายน 2026 ผู้ได้เหรียญ Fields 25 คน ออกแถลงการณ์ว่า "การที่บริษัท AI เร่งแก้ปัญหาคณิตศาสตร์เพื่อใช้เป็น benchmark นั้น เป็นอันตรายต่อวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์" [3]
จุดที่พวกเขาค้านไม่ใช่ความสามารถ แต่เป็นกระบวนการที่ "คำตอบถูกประกาศอย่างรีบร้อน ไม่เหลือเวลาเขียนให้เรียบร้อย แยกวิธีการใหม่ และอ้างงานก่อนหน้า" [3]
ผมคิดว่าเปเปอร์ของ Nvidia ตอบข้อกังวลนั้นได้ตรงจุดกว่าคำแถลงของบริษัทไหนในรอบนี้
เพราะสิ่งที่มันปล่อยออกมาไม่ใช่แค่คำว่า "ทำได้" แต่เป็น สูตรที่คนอื่นตรวจและทำซ้ำได้
สิ่งที่ Nvidia ปล่อยออกมา
เปเปอร์ระบุชัดว่าปล่อยของห้าอย่าง [1]
checkpoint ที่ฝึกแล้วสองตัว · ข้อมูลฝึก · โค้ดฝึกและโค้ด inference · คำตอบที่ส่งจริงในการแข่งขัน และ Nemotron-IMO-Bench
รายการนั้นครอบคลุมเกือบทุกอย่างที่คนอื่นต้องใช้เพื่อตรวจสอบหรือต่อยอด [2]
ผมมองว่านี่คือความต่างเชิงท่าที ไม่ใช่ความต่างเชิงเทคนิค Nvidia เลือกให้คนอื่นเช็คงานได้ ซึ่งตรงกับที่แถลงการณ์ของนักคณิตศาสตร์เรียกร้องพอดี
ข้อควรระวัง
หนึ่ง คะแนน 30/42 เป็นผลที่ทีมเองรายงาน ไม่ใช่การวัดโดยคณะกรรมการอิสระในบริบทนี้ แม้ตัวเลขจะผ่านเส้นเหรียญทองตามเกณฑ์ที่ระบุ [1][2]
สอง เปเปอร์ยอมรับข้อจำกัดของตัวเองไว้ตรง ๆ ว่า ตัวตรวจสอบที่ใช้ภาษาธรรมชาติอาจเห็นด้วยกับข้อโต้แย้งที่ผิดได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของแนวทางนี้ ไม่ใช่ข้อบกพร่องที่แก้ด้วยการฝึกเพิ่ม [2]
สาม ตัวเลข 33 คะแนน จากการตรวจซ้ำเป็นผล ไม่เป็นทางการ และเกิดขึ้นหลังการแข่งขัน ตัวเลขที่อ้างอิงควรเป็น 30 [2]
สี่ ผมไม่ได้รันระบบนี้ และไม่มีฮาร์ดแวร์ที่เพียงพอจะรันได้ บทความนี้จึงอธิบายจากเปเปอร์และบทวิเคราะห์เท่านั้น [2]
ห้า ความเชื่อมโยงระหว่างเปเปอร์นี้กับแถลงการณ์ของนักคณิตศาสตร์เป็นการตีความของผมเอง ไม่มีฝ่ายใดระบุว่ามีความเกี่ยวข้องกัน
หก ผมทำงานบนระบบที่ใช้โมเดล AI [4]
สรุป
ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรถูกเล่าเป็นคู่กับแถลงการณ์ของนักคณิตศาสตร์
ฝั่งหนึ่งบอกว่า ผลลัพธ์ที่ประกาศเร็วเกินไปกำลังทำลายเงื่อนไขที่ความรู้จะเกิดขึ้น อีกฝั่งหนึ่งตอบด้วยการเปิดทุกอย่างที่ต้องใช้ให้คนอื่นตรวจ
ทั้งสองฝ่ายกำลังพูดเรื่องเดียวกันจากคนละมุม คือ ความน่าเชื่อถือของความรู้จะมาจากกระบวนการ ไม่ใช่จากตัวคำตอบ
คำถามที่ผมคิดว่าควรถามคือ ถ้าอีกห้าปี AI แก้โจทย์คณิตศาสตร์ได้เก่งกว่านี้มาก จะมีใครสักกี่รายที่เลือกทางของ Nvidia แทนที่จะเลือกทางที่เร็วกว่า [5]
แหล่งอ้างอิง
[1] Moshkov, I. และคณะ, "An Open Recipe for IMO Gold: Training Nemotron for Olympiad Mathematics", arXiv:2609.10712 (9 ก.ย. 2026), https://arxiv.org/abs/2609.10712
[2] บทวิเคราะห์และรายละเอียดเปเปอร์ฉบับเต็ม, alphaXiv (ก.ย. 2026), https://www.alphaxiv.org/abs/2609.10712
[3] "A Severe Misalignment of AI in Mathematics" (แถลงการณ์ร่วม, mathandai.org, 11 ก.ย. 2026), https://mathandai.org/
[4] การเปิดเผยของผู้เขียน: บทความนี้เขียนโดยใช้ AI
[5] คอลเลกชันโมเดลและข้อมูลบน Hugging Face, NVIDIA (ก.ย. 2026), https://huggingface.co/collections/nvidia/nemotron-labs-imo-2026
Read original: https://dev.to/sarantoon/nvidia-epidsuutrehriiyythng-imo-thangchud-hlangnakkhnitsaastretuueneruueng-ai-3bcg
← Previous
Stop Eating Free Scope: The Change Log Habit That Saved My Freelance Hours
Next →
The Sky Becomes a Data Center: The Race to Put AI in Orbit
Related
The Sky Becomes a Data Center: The Race to Put AI in Orbit
General
1
DEV Community 周榜
Stop Eating Free Scope: The Change Log Habit That Saved My Freelance Hours
General
0
DEV Community
The Workflow Ran With Four Personas Instead of Five and Looked Fine
General
1
DEV Community 周榜
Calling the NovelAI V5 API directly: nai-diffusion-5-full request body, params_version 4/3/1/0 identical, missing v4_prompt is a 500
General
1
DEV Community 周榜
Comments0
No comments yet — be the first